ร่วมงานกับเรา
ยอดจดทะเบียนรถจักรยานยนต์ > ยอดจดทะเบียนรถจักรยานยนต์เดือนม.ค.53
ตลาดมอเตอร์ไซค์ต้นปีออกตัวแรง ฮอนด้าพุ่ง 100% ยามาฮ่าทุ่มพันล.ชน
ที่มา -  นสพ.ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 11-14 ก.พ.53

จักรยานยนต์ยามาฮ่าชู 2 นโยบายหลัก ทุ่มพันล้าน เจาะสปอร์ตมาร์เก็ตติ้งและสร้างความพึงพอใจลูกค้า ชี้สปอร์ตมาร์เก็ตติ้งมาแรงแซงมิวสิกมาร์เก็ตติ้ง อัดงบฯจัดกิจกรรมฟุตบอลโลก 70 ล้าน เพื่อขอลุ้นยอดขาย 4.8 แสนคัน หวังยึดแชมป์รถ   ออโตเมติกที่ตอนนี้ทำยอดแล้ว 2 ล้านคัน

นางสาวจินตนา อุดมทรัพย์ ผู้จัดการใหญ่ด้านการค้า บริษัท ไทยยามาฮ่า มอเตอร์ จำกัด เปิดเผยถึงกลยุทธ์การตลาดรถจักรยานยนต์ยามาฮ่าในปีนี้ว่า จะยึด 2 นโยบายหลักในการรักษาส่วนแบ่งทางการตลาดของรถจักรยานยนต์ออโตเมติกเอาไว้โดยใช้งบฯกว่าพันล้านบาท

นโยบายแรก เป็นการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้ตราสินค้าอย่างต่อเนื่อง โดยในปีนี้บริษัทจะใช้กลยุทธ์ในการทำตลาดแบบ "สปอร์ตมาร์เก็ตติ้ง" เพื่อสร้างความแตกต่างให้กับตราสินค้า สำหรับปีที่ผ่านมาบริษัทมีแผนการตลาดด้านมิวสิกมาร์เก็ตติ้งและสปอร์ตมาร์เก็ตติ้งในอัตราส่วนเท่า ๆ กัน แต่ในปีนี้จะเน้นการจัดกิจกรรมด้านสปอร์ตมาร์เก็ตติ้งมากกว่า เนื่องจากการสำรวจของบริษัทพบว่า ไลฟ์สไตล์ของวัยรุ่นซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายหลัก ชื่นชอบกิจกรรมกีฬาฟุตบอลมากที่สุด และทำให้เข้าถึงลูกค้าได้ง่าย ใช้งบประมาณ 150 ล้านบาท

ซึ่งในปีนี้บริษัทเป็นผู้สนับสนุนการแข่งขันฟุตบอลรายการใหญ่หลายรายการ ได้แก่ การแข่งขันฟุตบอลโลก ยูฟ่าแชมเปี้ยนลีก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ และไทยพรีเมียร์ลีก และจัดกิจกรรมต่อเนื่อง

"ผลการสำรวจพบว่า มีคนไทย 44 ล้านคนดูการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก รวมทั้งหมด 64 แมตช์ มีโฆษณาวันละ 21 สปอต ซึ่งบริษัทมั่นใจว่า การเป็นผู้สนับสนุนครั้งนี้จะเป็นการสร้างความรับรู้ในแบรนด์อย่างต่อเนื่อง โดยใช้งบประมาณกับกิจกรรมฟุตบอลโลกประมาณ 70 ล้านบาท" นางสาวจินตนากล่าว

และนโยบายที่สอง เพิ่มความพึงพอใจลูกค้าอย่างแตกต่าง ด้วยกลยุทธ์ด้าน 3S (sale, service, spare part) และ CRM ในหลายปีที่ผ่านมา ยามาฮ่ามุ่งเน้นการสร้างความพึงพอให้กับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง มีการพัฒนาเครือข่ายด้วยโชว์รูมภาพลักษณ์ใหม่ที่ทันสมัย (Yamaha Square) ซึ่งปัจจุบันมีให้บริการทั่วประเทศถึง 340 แห่ง ในปีนี้มีแผนงานที่จะขยายเพิ่มเติมอีก 50 แห่ง และมีการฝึกอบรมให้กับพนักงานของผู้จำหน่ายในด้านบริการและอะไหล่

ด้านนายประพันธ์ พลธนะวสิทธิ์ รองประธานกรรมการบริหาร บ.ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด กล่าวถึงผลประกอบการในปีที่ผ่านมาว่า แม้ยอดขายของบริษัทจะลดลง 2% จากปีก่อนหน้า แต่ก็ยังอยู่ในระดับที่พอใจ มียอดขาย 429,000 คัน จากเป้าหมาย 420,000 คัน มีส่วนแบ่งทางการตลาด 28% โดยรุ่นฟิโน่มียอดขายสูงสุด

ส่วนในปีนี้บริษัทตั้งเป้าหมายการขายไว้ที่ 480,000 คัน คิดเป็นอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น 12% สำหรับรถประเภทออโตเมติก บริษัทคาดว่าจะมีส่วนแบ่งทางการตลาด 53% และรถธรรมดา 6% เนื่องจากภาพรวมเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว ประกอบกับผลผลิตทางการเกษตรมีราคาดีขึ้น และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐ

"บริษัทยังมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องทั้งเรื่องประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ การออกแบบ ความทนทาน และพยายามตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ทุกกลุ่ม  เป้าหมาย และสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าทุกคนจนทำให้ยามาฮ่ามียอดขายรถออโตเมติก 2 ล้านคัน" นายประพันธ์กล่าว

ทั้งนี้ ภาพรวมตลาดรถจักรยานยนต์ในปีที่ผ่านมา มียอดจดทะเบียนรถจักรยานยนต์รวม 1.53 ล้านคัน หดตัวลง 10% จากปีก่อนหน้า ค่ายที่ทำยอดขายได้สูงสุดคือฮอนด้า กว่า 1 ล้านคัน หดตัวลง 12% อันดับที่ 2 ยามาฮ่า ทำได้ 4.29 แสนคัน หดตัวลง 2.3% อันดับที่ 3 ซูซูกิ ทำได้ 63,000 คัน หดตัวลง 25% และอันดับที่ 4 คาวาซากิ ทำได้ 29,000 คัน หดตัวลง 0.3% ซึ่งถือว่าตลาดหดตัวน้อยกว่าที่คาดไว้ จากเดิมที่ค่ายรถประเมินกันว่าสิ้นปีจะตกถึง 20% แต่ในช่วงเดือนธันวาคมนั้นกลับมีดีมานด์เข้ามามาก

ด้านรายงานตัวเลขตลาดรถจักรยานยนต์ทุกประเภทเดือนมกราคม 2553 มียอดจำหน่ายรวมที่ 153,312 คัน แบ่งเป็นรถจักรยานยนต์แบบครอบครัว 75,930 คัน เทียบเท่าสัดส่วนตลาด 50% นับเป็นรถประเภทที่ได้รับความนิยมสูงสุด สำหรับรถจักรยานยนต์แบบเอที มียอดจดทะเบียนรวมที่ 70,365 คัน เทียบเท่าสัดส่วนตลาด 46% แบบครอบครัวกึ่งสปอร์ต 3,820 คัน เทียบเท่าสัดส่วนตลาด 2% แบบสปอร์ต 1,236 คัน เทียบเท่าสัดส่วนตลาด 1% และแบบออฟโรดรวมประเภทอื่น ๆ 1,961 คัน เทียบเท่าสัดส่วนตลาดกว่า 1%

ในขณะที่หากแบ่งแยกเป็นยอดจดทะเบียนตามประเภทของผู้ผลิตรถจักรยานยนต์ฮอนด้า 110,731 คัน เทียบเท่าอัตราครองตลาด 72% เติบโตขึ้น 112% จากเดือนก่อนหน้า, ยามาฮ่า 34,570 คัน อัตราครองตลาด 23% เติบโตลดลง 85% จากเดือนก่อนหน้า, ซูซูกิ 4,803 คัน อัตราครองตลาด 3% เติบโตลดลง 99% จากเดือนก่อนหน้า, อื่น ๆ ได้แก่ คาวาซากิ 1,798 คัน, เจอาร์ดี 35 คัน, แพลททินั่ม 44 คัน, ไทเกอร์ 222 คัน และอื่น ๆ 1,109 คัน